สัญญาประวัติศาสตร์!ไนกี้เซ็นเชลซี4หมื่นล้าน
Posted on: October 28, 2016, by : admin

           เรียกว่าฮือฮาไม่น้อย สำหรับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก ที่ประกาศว่า พวกเขาได้เซ็นสัญากับไนกี้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ชุดแข่งใหม่ มูลค่า 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,600 ล้านบาท) ต่อปี นับตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป พร้อมกับเซ็นสัญญายาวถึง 15 ปี รวมเป็นเงิน 900 ล้านปอนด์ (ราว 42,000ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นดีลที่มโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจากแยกทางกับอดิดาสที่ใช้บริการกันมากว่า 6 ปี

           ซึ่งการเข้ามาของ ไนกี้ ในครั้งนี้  เมื่อรวมกับสปอร์เซอร์คาดหน้าอกอย่าง โยโกฮามา ไทร์ และคาราบาว ที่เป็นชุดซ้อม รวมแล้วเชลซีจะได้ค่าสปอนเซอร์จากเสื้อแข่งถึง110 ล้านปอนด์ (ราว 4,800 ล้านบาท ) ต่อปี เป็นรองแค่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับเงินสปอนเซอร์จากเสื้อมากกว่าเท่านั้น

        ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เชลซี มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายเรื่อง ไล่ตั้งแต่กุนซือ สปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อ และล่าสุดเป็นสปอนเซอร์ชุดแข่ง หลังจากที่ อาดิดาส นั้นเป็นพันธมิตรกับ เชลซี มาตั้งแต่ปี 2006 รวมไปถึงยังเป็นแบรนด์ที่ผูกพันต่อทีมไม่แพ้ ซัมซุง ที่เคยเป็นสปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อนานถึง 10 ปี ผ่านช่วงเวลาประสบความสำเร็จเพียบ ทั้ง แชมพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ รวมถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

       อย่างไรก็ตาม ทีมงานSBOBET ยอมรับว่าเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งเมื่อหัวเรือใหญ่ เชลซี เป็นคนที่เด็ดขาดระดับ โรมัน อบราโมวิช หากเจอเรื่องที่ตัวเองเสียผลประโยชน์ พร้อมยกเลิกทันที ขนาดกุนซือยังโดนประหารมาแล้วตั้ง 7 คน นับตั้งแต่เสี่ยหมีเข้ามาเทคโอเวอร์เมื่อปี 2003

       สาเหตุหลักที่ อาดิดาส ต้องจรลีออกไป เนื่องจาก อบราโมวิช ไม่พอใจที่บริษัทยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี จ่ายหนักถึง 75 ล้านปอนด์ต่อปี เพื่อเป็นพาร์ทเนอร์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในขณะที่ เชลซี มีความสัมพันธ์ที่ดีมานาน แต่กลับจ่ายให้เพียงปีละ 30 ล้านปอนด์

      แม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า เชลซี แต่การที่ อาดิดาส กล้าให้เงินมากกว่าเกิน 2 เท่า ความรู้สึกของ อบราโมวิช คงเหมือนโดนหักหน้า และไม่มีวันที่จะยอมรับเงินจำนวนนี้ไปจนถึงปี 2023  ก่อนที่เสี่ยหมี จะยอมจ่ายเงิน 40 ล้านปอนด์ เพื่อฉีกสัญญา อาดิดาส ที่ยังเหลืออีก 6 ปี แถมไม่คิดมากด้วย เพราะเงินก้อนใหม่ที่ได้จาก ไนกี้ คือปีละ 60 ล้านปอนด์

       แม้ว่าเงินจำนวนนี้อาจไม่ได้ทำให้ทีมได้รับเงินส่วนนี้เป็นอันดับ 1 ของลีก และยังเป็นรอง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด ที่กำลังจะรับทรัพย์เกิน 100 ล้านปอนด์ในอนาคต แต่โดยรวม ทีมงานSBOBET  มองว่านับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจมากเพราะเมื่อดูแบบสัญญาระยะยาว 15 ปี รับเละเทะ 900 ล้านปอนด์ มากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เซ็นไว้ 10 ปี รับทรัพย์ไปถึง 750 ล้านปอนด์

        เท่านั้นไม่พอ เมื่อนำไปเทียบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ปัจจุบันรับจาก ไนกี้ เพียงปีละ 12 ล้านปอนด์ ยิ่งทำให้ อบราโมวิช หัวใจพองโต เพราะทีมสามารถเรียกเงินได้มากกว่า 5 เท่า เช่นเดียวกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คู่แข่งร่วมกรุงลอนดอน ที่รับจาก อันเดอร์ อาร์เมอร์ ปีละ 10 ล้านปอนด์ อันนี้มากกว่าถึง 6 เท่า

       สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนี้คือ เชลซี จะมีผลเชิงบวกตามมาในเรื่องใดบ้าง โดยเฉพาะสถานภาพทางการเงิน  สมมุติว่าทีมจบอันดับท็อป 4 ได้ตามที่หวังไว้ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะหวนกลับมา และต้องนำผลประกอบการมาคิดเรื่องกฎควบคุมการเงิน หรือ ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ อีกครั้ง  แม้ทีมที่ละเมิดคำสั่งอาจไม่ถึงขั้นโดนแบน แต่คงไม่ดีแน่หากต้องมาเสียค่าปรับ รวมถึงโดนลดโควตาลงทะเบียนนักเตะ ซึ่งมีผลต่อการจัดทีมอย่างมาก

        ผลประกอบการครั้งก่อน เชลซี ขาดทุนไป 23.1 ล้านปอนด์ นับยอดจากช่วงกลางปี 2015 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่หนถัดไปน่าจะหนักกว่าเก่า การไม่ได้ไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้เสียเงินไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากที่ผลประกอบการตอนนับยอดกลางปี 2016 เชลซี จะขาดทุนเกิน 23.1 ล้านปอนด์ ในขณะที่ค่าเฉลี่ยทีมที่ผ่านกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มักจะอยู่ที่ 23 ล้านปอนด์

        ทีมงานSBOBET  มองว่าในระยะยาวการที่ เชลซี กำลังจะเริ่มรับจาก ไนกี้ ปีละ 60 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลหน้า, ค่าสปอนเซอร์หน้าอกเสื้อจาก โยโกฮาม่า อีกปีละ 40 ล้านปอนด์ รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกปีนี้ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล นั่นหมายความว่า ในระยะเวลา 2-3 ปี เชลซี มีโอกาสเคลียร์บัญชีตัวเลขสีแดงได้ และไม่ต้องกังวลเรื่องกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ แบบยาวๆ โดยมีข้อแม้ว่าบอร์ดบริหารต้องจัดการเรื่องซื้อขายให้ดีด้วย

         หนล่าสุดที่ผลประกอบการไม่ขาดทุนคือการตัดยอดช่วงกลางปี 2014 ได้กำไรไป 18.4 ล้านปอนด์ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่หวังไว้ ไนกี้ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ เชลซี กลับมามีบัญชีตัวเลขสีเขียวในอีกไม่ช้า แต่ย้ำว่าต้องจบอันดับ 1-4 ในฤดูกาลนี้ให้ได้ เพราะหากทำไม่สำเร็จ ผลลัพธ์จะออกมาแตกต่างกัน

         ไม่มีใครอยากเห็นทีมชวดแข่งฟุตบอลยุโรป 2 ปีติดต่อกันขนาดเสี่ยหมียังกล้ายกเลิกสัญญา อาดิดาส ด้วยเหตุผลด้านธุรกิจได้ แล้วทำไม ไนกี้ จะยกเลิกสัญญากับ เชลซี ไม่ได ้หากผลงานในอนาคตอันใกล้ไม่ดีอย่างที่คิด เพราะฉะนั้นอันดับของ เชลซี ในฤดูกาลนี้สำคัญจริงๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *