น้องฝ้าย

เหรียญทอง,ดราม่า,ยกน้ำหนัก?

                นับว่าเป็นการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ที่ถือว่าทีมชาติไทย ทำผลงานได้ประสบความสำเร็จสุดๆ สำหรับ ริโอเกมส์ 2016 ในครั้งนี้ โดยเฉพาะในการแข่งขัน ยกน้ำหนัก ที่นับจนถึงเวลานี้ ไทยเรากวาดไปแล้ว 2 เหรียญทอง กับอีก 1 เหรียญเงิน  ซึ่งในรุ่น 58 ก.ก. หญิง ไทยคว้าเหรียญทองจาก “น้องฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช และ เหรียญเงินจาก “น้องแต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว ซึ่งถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ

229614

                อันที่จริงแล้วคนไทยทุกคนควรได้รับความสุขตรงนี้ เพราะถือว่าเป็นวันที่ยิ่งใหญ่วันหนึ่งของชาติ ที่เราสามารถคว้ามาได้ทั้งเหรียญทอง และเหรียญเงิน แต่เชื่อมั้ยว่าวันแห่งความสมหวังนี้ ทีมงานSBOBET ดันเห็นว่ามีคนไทยบางจำพวกที่ทำให้มีเรื่องเกิดดราม่าขึ้นมาได้แบบไม่น่าเชื่อ  จนเกิดเรื่องให้ต้องมาพูดคุยกันจนได้

                ประเด็นที่มีการวิจารณ์กันอย่างหนักคือ ทำไมในการแข่งขันครั้งนี้ “น้องแต้ว” พิมศิริ ไม่ตัดสินใจยกน้ำหนักครั้งสุดท้ายที่ 140 กิโลกรัม เพื่อชิงเหรียญทองมาเป็นของตัวเอง ทำไมเธอถึงปล่อยให้รุ่นน้องอย่าง “น้องฝ้าย” คว้าเหรียญทองไปเฉยๆ โดยไม่พยายามสู้ในครั้งสุดท้าย เพราะกีฬายกน้ำหนักถือว่าเป็นความสำเร็จส่วนบุคคลหาใช่การแข่งขันประเภททีมไม่

                ทีมงานSBOBET จะขอย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในจังหวะนั้นอีกสักครั้ง คนที่ชิงชัยเหรียญทองกันอยู่มี 3 คน คือ “ฝ้าย” , “แต้ว” และ กั๊วะ ซิง ซุน จากไต้หวัน ซึ่งทั้งหมดต่อสู้กันด้วยเกมกลยุทธทั้งใน และนอกสนาม  “น้องฝ้าย” ยกจบก่อนเป็นคนแรก ที่น้ำหนักรวม 240 กิโลกรัม ส่วน “น้องแต้ว” ยกคลีนแอนด์ เจิร์กไปแล้ว 2 ครั้ง น้ำหนักรวมตอนนี้ 232  กก. ขณะที่คู่แข่งจากไต้หวัน น้ำหนักรวมหลังยกคลีน แอนด์ เจิร์ก 2 ครั้ง อยู่ที่ 231 กก.

                กั๊วะ ซิง ซุน ออกมายกครั้งสุดท้ายที่ 139 กิโลกรัม เพื่อแซงหน้าฝ้าย แต่เธอทำไม่ได้ ทำให้สุดท้าย กั๊วะ ซิง ซุน จบเหรียญทองแดงในตอนนี้ ไทยการันตีแน่ๆแล้ว คือ “ฝ้าย” ได้ทอง และ “แต้ว” ได้เหรียญเงิน แต่จริงๆ แต้ว ยังมีสิทธิยกได้อีกหนึ่งครั้ง ถ้าเธอขึ้นยกในพิกัดน้ำหนัก 139 กิโลกรัมแล้วทำได้ “แต้ว” ก็จะแซงหน้า “ฝ้าย” ขึ้นได้เหรียญทองแทน

                แต่สุดท้าย “แต้ว” ตัดสินใจไม่ขึ้นยก และพอใจกับสถิติที่เป็นอยู่ ก็เลยเกิดเสียงวิจารณ์ขึ้นมาว่าทำไมไม่ขอลองต่อสู้จนถึงที่สุด ทำไมต้องปล่อย ต้องยอมให้รุ่นน้อง ทำไมไม่มีสปิริต และความกระหายที่จะคว้าเกียรติยศสูงสุดในชีวิต

S__2474001

                ซึ่ง “น้องแต้ว” ได้กล่าวถึงประเด็นนี้กับ ทีมงานSBOBET ว่าการที่ตนสละสิทธิ์ในการยกท่าคลีน แอนด์ เจิร์ก ครั้งที่ 3 พร้อมกับส่งให้ “ฝ้าย” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก ส่วนตัวเองรับเพียงแค่เหรียญเงินว่า “เรามาแข่งขันครั้งนี้ เรามาเป็นทีม เราทำเพื่อประเทศชาติ เราไม่มีเกี่ยงเลยว่าใครจะได้เหรียญอะไร สำหรับแต้วขอให้ชาติเราได้เหรียญทองก็พอแล้ว มันเป็นเรื่องแผนการที่เราวางไว้แล้วด้วย ที่ไม่ออกไปยกครั้งสุดท้าย อีกทั้งเป็นการเซฟร่างกายของเราด้วย สำหรับ แต้ว เหรียญเงินแต้วก็ดีใจมากแล้ว เราคิดอยู่เสมอว่าทำเพื่อชาติ”

                นอกจากนี้ “แต้ว” กล่าวถึงสายสัมพันธ์ของตนกับ “ฝ้าย” ด้วยว่า “เราเห็นเขาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนั้นเขามาซ้อม เป็นเด็กดำ ๆ มันก็เหมือนตอนเรามาแรก ๆ นั่นแหละ โค้ชให้ทำอะไรก็ทำ จนวันหนึ่งเขาได้มาเก็บตัวทีมชาติร่วมกัน เขาก็ดูเราเป็นตัวอย่าง ทั้งเรื่องการฝึกซ้อม และทุก ๆ เรื่อง เรามีอะไรก็แนะนำน้อง ถึงวันนี้ก็ดีใจที่เห็นเขาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้สำเร็จ”

                นอกจากนี้ เราจะมาลองไล่เรียงเหตุผล  สาเหตุที่ “แต้ว” ไม่ยกครั้งสุดท้ายคืออะไร และเรื่องนี้ควรจะเกิดดราม่าหรือไม่ จริงอยู่ว่า สถิติ แต้วเ คยยกน้ำหนักราว 138-140 กิโลกรัมได้ แต่นั่นเกิดขึ้น เมื่อเธอลงแข่งขันในรุ่น 63 กิโลกรัม แต่สำหรับรุ่น 58 กิโลกรัม น้ำหนักดีที่สุดที่มีการบันทึกเอาไว้ของแต้วคือ 131 กิโลกรัมเท่านั้น การยกก้าวกระโดด จากระดับ 130 เป็น 139 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเต็มๆ 9 กิโลกรัม มันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ

                ทีมงานSBOBET คิดว่าการยกน้ำหนักแต่ละครั้ง คือการเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ ลองคิดดูว่า ถ้าลูกเหล็กร้อยกิโล ร่วงใส่ตัวคุณเต็มๆ จะมีสภาพเป็นอย่างไร การยกน้ำหนักจึงต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ไหล่อาจหลุด แขนอาจบิด หรือไม่ก็หัวเข่าพัง การยกทุกครั้ง คือการเสี่ยง

                ในวินาทีนั้น น้องแต้ว การันตีเหรียญเงินแล้วแน่ๆ สมมติว่า เธอยก 139 กิโลกรัมแล้วยังไง เธอก็ไม่ได้ทำลายสถิติโลกอยู่ดี (สถิติโลกท่าคลีน แอนด์ เจิร์ก อยู่ที่ 141 กิโลกรัม) แล้วถ้าเกิดเธอเสี่ยงจนตัวเองมีอาการบาดเจ็บขึ้นมา ต้องพักรักษาตัวยาวๆล่ะ ใครจะรับผิดชอบเธอ ทีมงานSBOBET ขอถามหน่อย

                ปัจจุบัน แต้ว ในวัย 26 ปี ยังสามารถลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้ หรือ เผลอๆโอลิมปิกอีกครั้งก็ยังไหว แต่ถ้าหากเธอได้รับบาดเจ็บและพักเป็นปีจากการยกครั้งนี้ มันจะเป็นเรื่องน่าเศร้ามากแค่ไหน คิดดู    

                ทีมงานSBOBET คิดว่านี่คือชัยชนะของทีมเวิร์กอย่างแท้จริง ทีมยกน้ำหนักของไทยได้ทุกอย่างที่ต้องการ การที่เธอไม่ยกในครั้งสุดท้าย เป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ ที่ทำให้เห็นว่า ส่วนรวมสำคัญกว่าส่วนตัว ใจจริงเธออาจอยากจะลองยกก็ได้ แต่เธอก็เชื่อมั่นในการวางแผนของทีมสตาฟฟ์

                ตัวเธอไม่ได้คิดเรื่องดราม่าอะไรนี่เลยแม้แต่นิดเดียว เธอรู้ว่าการมาแข่งเพื่อชาติ ใครชนะก็ดีต่อประเทศทั้งนั้น  ความยอดเยี่ยมของเธอ จะเป็นแบบอย่างให้นักกีฬารุ่นหลังได้เห็นต่อไปว่า ในการแข่งระดับชาติแบบนี้ ตัวเองควรเป็นเรื่องรอง ประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ สุดท้ายนิทานเรื่องนี้สอนให้ว่า

                แฟนกีฬาบางส่วนจะดราม่าไปหาพระแสงกันทำไมครับ  ?