เดอะค็อป

“หงส์แดง”ที่ยังคงต้องปรับปรุง

            ปรับอารมณ์กันไม่ถูกเลยทีเดียว สำหรับเหล่าแฟนๆ SBOBET ที่เป็น “เดอะค็อป” กันหลายคนหลังจากในนัดเปิดฤดูกาล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพิ่งระเบิดฟอร์มแบบเริ่มต้นได้เหมือนฝันด้วยการบุกไปเอาชนะ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ได้ถึง เอมิเรตท์ สเตเดี้ยม แบบสุดมันส์ 4-3

new1-1471232567

            กระนั้นเรียกว่าเสียงคำรามแห่งความสุขยังไม่ทันจางหายไปดี ในวันที่ ลิเวอร์พูล ยกทัพไปเยือนเบิร์นลี่ย์ ทีมน้องใหม่ที่แพ้มาในเกมนัดแรกของฤดูกาล แต่กลายเป็นว่าเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดในเกมที่ เทิร์ฟ มัวร์ สิ่งที่เดอะ ค็อป ทั้งโลกคาดหวังย่อมไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏในโลกแห่งความจริง

            เพราะเกมนี้ “หงส์แดง” ทำช็อคสุดๆด้วยการบุกไปพ่ายแบบเหลือเชื่อ 0-2 ซึ่งเรียกว่า จากหัวใจที่พองโตจากผลงานในเกมนัดแรก เหมือนถูกเจาะด้วยเข็มปลายแหลมจนฟีบและแฟ่บแทบจะทันที

            แมตช์นี้ ทีมงานSBOBET  มองว่า ลิเวอร์พูล ทำได้ดีกว่าในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือแม้กระทั่งการหาโอกาสเข้าทำประตู  ส่วน เบิร์นลีย์ นั้นทั้งเกมมีโอกาสทำประตูเพียง 3 ครั้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาได้ถึง 2 ประตู ซึ่งฟอร์มการเล่นที่หมดสภาพในวันนั้นกับ เบิร์นลี่ย์ เรียกว่าเป็นปริศนาที่ เจอร์เกล้น คล็อปป์ กุนซือเฮฟวี่เมทันชาวเยอรมนี เองไม่สามารถหาทางแก้ได้เด็ดขาดตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ทำงานในถิ่นแอนฟิลด์มา

            ในเกมที่เทิร์ฟ มัวร์ มีเหตุผลมากมายครับที่มีการพูดถึงกันว่าเป็นเหตุที่ทำให้ลิเวอร์พูลแพ้ ไม่ว่าจะเป็นการขาด ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกตัวจิ๊ด ที่มีอาการบาดเจ็บ หรือไม่ว่าจะเป็นการที่ ฟิลิปป์ คูตินโญ่ จอมทัพคนสำคัญที่เกมนี้ยิงทิ้งยิงขว้างไปเกือบ 10 ลูก และไม่เข้ากรอบแม้แต่ครั้งเดียว รวมไปถึง แบ็กขวาอย่าง นาธาเนียล ไคลน์ ที่มาฟอร์มหลุดจนทีมเสียประตูถึง 2 ลูก

            เรื่อยมาจนถึงเหตุผลง่ายๆที่ทำให้ทีมของ คล็อปป์ แพ้ในวันนั้นว่าเป็นเพราะทีมของเขาเล่นสู้ทีมของ ฌอน ไดช์ กุนซือ เบิร์นลีย์ ไม่ได้ ซึ่งหากถาม ทีมงานSBOBET ขอตอบว่าถูกทุกข้อครับ โดยเฉพาะข้อสุดท้าย เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เข้าใจได้เลยว่าทำไมทีมที่เล่นดุดันราวกับทีมเต็งแชมป์พร้อมความหวังของแฟนๆ จะกลายเป็นทีมที่เล่นได้เอื่อย เฉื่อย เรื่อย จนทำให้คนดูเองก็เมื่อย เหนื่อยหัวใจขนาดนี้

            ถึงเวลานี้ ลิเวอร์พูล มีสิ่งที่ต้องปรับอีก และจะเป็นการปรับไปเรื่อยๆอีกระยะหนึ่งครับ เพราะเวลานี้ทีมมี 2 ระบบให้เลือกเล่นคือ 4-3-3 และ 4-2-3-1 ซึ่งที่สังเกตได้คือระบบ 4-3-3 จะเป็นตัวเลือกแรก อย่างไรก็ดียังมีโอกาสที่ คล็อปป์ จะปรับระบบมาใช้กองกลางตัวรับคู่ 4-2-3-1 ได้เหมือนกัน

            นอกจากนี้เหล่าแข้งใหม่อีกหลายรายต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ลอริส คาริอุส, มาร์โก กรูยิช, โจเอล มาทิป หรือแม้แต่ รักนาร์ คลาวาน และจอร์จินโย ไวจ์นัลดุม ที่ได้โอกาสลงสนามต่อเนื่องตั้งแต่พรีซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนนักเตะอย่าง มามาดู ซาโก้ ปราการหลังตัวหลักเมื่อปีที่แล้ว คาดว่าจะหมดอนาคตกับทีมแน่นอนหลังจากเตรียมโดนให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานแน่นอนแล้ว หลังแข้งทีมชาตฝรั่งเศส มีปัญหาเรื่องวินัยส่วนตัว 

            อย่างไรก็ดีในสภาวะล้มเหลวทางความรู้สึกแบบนี้ สิ่งเดียวที่ดีที่มองเห็นจาก ลิเวอร์พูล ในเวลานี้คือ ต่อให้ทีมจะแพ้แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เคยละเลยความเชื่อของตัวเอง

WIGAN, ENGLAND - JULY 17: Jurgen Klopp the manager of Liverpool looks on prior to a pre-season friendly between Wigan Athletic and Liverpool at JJB Stadium on July 17, 2016 in Wigan, England. (Photo by Alex Livesey/Getty Images)

            ท่ามกลางกระแสโจมตีเรื่องตำแหน่งแบ็กซ้ายของอัลแบร์โต้ โมเรโน่ และล่าสุดกับคำถามเรื่องของการเสริมทัพที่น้อยเกินไปหรือไม่สำหรับฤดูกาลใหม่ที่ทุกคนคาดหวังจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีและมากกว่านี้จากที่เห็นและเป็นอยู่  แต่คำตอบของ คล็อปป์ ยังหนักแน่นและชัดเจนว่า แข้งชาวสเปนรายนี้จะมีอนาคตในทีมต่อไปแน่นอน และรู้สึกรำคาญกับคำถามของนักข่าวที่เอาแต่ถามเขาเรื่องการเสริมทัพไม่เว้นแต่ละวัน

            แต่ท้ายสุด ทีมงานSBOBET เชื่อว่า ลิเวอร์พูล จะไม่นิ่งจนกว่าจะผ่านครึ่งฤดูกาลไปแล้ว หลังจากนั้นจะเริ่มเห็นน้ำเห็นเนื้อว่าสิ่งที่ คล็อปป์ ทำมาไม่ว่าจะเป็นการเตรียมทีม แผนการเล่น ระบบ สูตรต่างๆ ไปจนถึงนักเตะที่ซื้อเข้ามาและตัดออกไปบางราย ถึงเวลานี้มีใครสอบผ่านหรือสอบตกบ้าง  บางทีอาจมีนักเตะเข้ามาเพิ่มก่อนตลาดซื้อขายจะปิดลงในวันที่ 31ส.ค. นี้ก็เป็นได้

            ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มีเกมให้เล่นน้อยอยู่แล้วเนื่องจากไม่ผ่านการเล่นในสโมสรยุโรป ซึ่งหาก “หงส์แดง” ไม่รีบแก้สถานการณ์โดยไว  ก็น่าจะอยู่ในวังวนนี้ไปอีกสักพัก  ซึ่ง คลอปป์ เคยบอกเอาไว้ว่า ฤดูกาลนี้คือทีมของเขาอย่างแท้จริง  ซึ่งหากไม่สามารถคืนฟอร์มไปได้ในเร็ววัน ก็คงจะไปโทษใครอีกต่อไปไม่ได้  และแม้ว่าเดอะค็อป จะร้องเพลงYou’ll Never Walk Alone” กันเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือมีน้ำตาแน่นอน